วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ภาษาคอมพิวเตอร์

เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่ง โดยการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานจะต้องป้อนคำสั่งให้กับมัน และต้องเป็นคำสั่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ การนำคำสั่งมาเรียงต่อกันให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งเรียกว่า โปรแกรม เมื่อโปรแกรมถูกป้อนเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวเครื่องจะทำงานทีละคำสั่ง สำหรับการใช้คำสั่งสั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงานนั้น จะต้องใช้ภาษาที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ ภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ เรียกว่า ภาษาเครื่อง (Machine Language) ซึ่งเป็นรหัสเลขฐานสอง เมื่อมีการป้อนภาษานี้เข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ รหัสเลขฐานสองจะถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ
           แต่ถ้ามนุษย์ต้องการป้อนโปรแกรมให้กับคอมพิวเตอร์เป็นเลขฐานสองนั้น จะทำได้ยากมาก เพราะเป็นภาษาที่มนุษย์เข้าใจได้ยาก จึงได้มีการออกแบบตัวภาษาอังกฤษ ให้แทนคำสั่งรหัสเลขฐานสองเหล่านั้น ซึ่งเรียกว่า รหัสนีโมนิก (mnemonic) ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้รหัสนีโมนิกในการเขียนเรียกว่า ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language) ต่อมาได้มีการพัฒนาชุดคำสั่งภาษาต่างๆ ให้มีความใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ที่เข้าใจ เรียกว่า ภาษาระดับสูง (High-level Language) ซึ่งมีอยู่หลายภาษา ได้แก่ ภาษาเบสิก ปาสคาล ภาษาซี เป็นต้น สำหรับภาษาแอสเซมบลีเป็นภาษาที่ทำงานได้เร็วเพราะเข้าถึงหน่วยประมวลผลได้เร็วที่สุด เราเรียกภาษานี้ว่า ภาษาระดับต่ำ (Low-level Language)
Picture
           ภาษาซี ถือเป็นภาษาระดับสูง แต่ความสามารถของคำสั่งภาษาซีบางคำสั่งจะทำงานได้ดี ใกล้เคียงกับภาษาระดับต่ำ แถมเขียนได้ง่ายกว่าภาษาแอสเซมบลี และสามารถติดต่อกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Picture
ตัวแปลภาษา
           ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะต้องทำการแปลภาษาเหล่านั้น ให้เป็นภาษาเครื่องที่คอมพิวเตอร์เข้าใจก่อน คอมพิวเตอร์จึงจะทำงานได้ เมื่อเราพัฒนาโปรแกรม จะต้องสร้างโปรแกรมด้วยการเขียนชุดคำสั่ง ซึ่งชุดคำสั่งที่เขียนด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดก็ได้ จะเรียกว่าโปรแกรมต้นฉบับ (Source Program) หรือ รหัสต้นฉบับ (Source Code) จากนั้นจะนำโปรแกรมต้นฉบับไปแปลให้เป็นภาษาเครื่อง ที่คอมพิวเตอร์ทำงานได้ ที่เรียกว่า รหัสภาษาเครื่อง (Executable Program) ซึ่งตัวแปลภาษานี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter) และคอมไพเลอร์ (Complier)
    1. อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter)
           ตัวแปลภาษาชนิดประเภทอินเตอร์พรีเตอร์ จะทำการแปลคำสั่งทีละคำสั่ง ให้เครื่องทำงานทีละคำสั่ง หากไม่พบข้อผิดพลาดใดๆ จะทำแปลคำสั่งถัดไป โดยจะกระทำไปจนจบโปรแกรม หรือพบข้อผิดพลาด เครื่องจะหยุดทำงานทันที และแจ้งข้อผิดพลาดให้ทราบ
           ตัวอย่างภาษาที่แปลด้วยตัวแปลภาษาชนิดประเภทอินเตอร์พรีเตอร์ เช่น ภาษาเบสิก (Basic) ภาษาเพิร์ล (Perl), ภาษาพีเอชพี (PHP) เป็นต้น
Picture
 2. คอมไพเลอร์ (Complier)
           ตัวแปลภาษาชนิดประเภทคอมไพเลอร์ จะมีวิธีการแปลคำสั่งที่แตกต่างจากตัวแปลภาษาชนิดประเภทอินเตอร์พรีเตอร์ คือแปลโปรแกรมต้นฉบับทั้งหมดให้เป็นภาษาเครื่องในครั้งเดียว และในกรณีที่พบข้อผิดพลาด จะรายงานให้ทราบเมื่อจบการแปลโปรแกรม ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้โปรแกรมทำงานได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องรอทำทีละคำสั่ง
           ตัวอย่างภาษาที่แปลด้วยตัวแปลภาษาชนิดประเภทอินเตอร์พรีเตอร์ เช่น ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN) ภาษาโคบอล (COBOL) ภาษาซี (C) และ ภาษาเบสิกรุ่นใหม่ ๆ เช่น เทอร์โบเบสิก หรือวิชวลเบสิก เป็นต้น

  1. SQL
ไม่ แปลกใจเลยที่SQLได้รับความนิยมสูงสุดในลิสต์ เพราะว่า ภาษาSQLนั้นสามารถนำไปใช้ได้ในหลายๆรูปแบบของธุรกิจหรือองค์กรที่ใช้ Database Technologies อย่างเช่น MySQL, PostgreSQL, และ Microsoft SQL Server ก็ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจขนาดใหญ่,  ธุรกิจขนาดเล็ก,   โรงพยาบาล, ธนาคาร, มหาวิทยาลัย ซึ่งจริงๆแล้ว แทบจะทุกคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือต่างๆก็จะมีโปรแกรมที่ใช้SQL แทบทั้งนั้น ตัวอย่างเช่น ทั้งโทรศัพท์แอนดรอยด์และไอโฟน ต่างก็ใช้ SQL Database ที่ชื่อว่า SQLite รวมถึง โมบายแอพลิเคชั่นที่พัฒนาโดย Google, Skype และ Dropbox ก็ยังใช้SQLโดยตรงอีกด้วย
  1. JAVA
เมื่อ ไม่นานมานี้เพิ่งจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ20ปีของJAVA  ซึ่ง JAVA ถือเป็นหนึ่งในภาษาคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ใช้งานถึง9ล้าน คน และยังถูกใช้ในเครื่องมือต่างๆถึง 7พันล้านเครื่องมือทั่วโลก และมันยังเป็นภาษาที่ใช้ในการพัฒนาแอนดรอยด์แอพลิเคชั่นแบบNativeอีกด้วย ความนิยมในตัวภาษาJAVA นั้น เป็นเพราะตัวภาษาที่อ่านได้ง่าย ทำให้ทำงานง่าย อีกทั้งความเข้ากันได้กับแอพลิเคชั่นเก่าๆ จึงทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานต่อเนื่องไปได้ ซึ่งวิเคราะห์กันว่า ภาษาJAVAนี้จะไม่ลดความนิยมลงไปง่ายๆ และยังคงถูกใช้โดยเว็ปไซต์ใหญ่ๆมากมาย เช่น LinkedIn.com, Netflix.com หรือแม้แต่ Amazon.com
  1. JavaScript
JavaScript ถึงจะชื่อคล้ายๆกับ JAVA แต่ก็อย่าสับสนกัน JavaScriptถือเป็นอีกหนึ่งภาษาที่ได้รับความนิยมมากภาษาหนึ่ง มันถูกใช้เพื่อทำให้ Web Pageมีความ Interactive มากขึ้น ตัวอย่างเช่น JavaScript สามารถใช้ในการเพิ่มเอ็ฟเฟ็กต่างๆเพื่อให้เว็ปน่าสนใจ, แสดง ป็อปอัพแมสเซส, หรือแม้กระมั่งสร้างเกมส์ง่ายๆในเว็ป ซึ่งตัวJavaScript นี้ เป็นภาษาพื้นฐานในการทำเว็ปไซต์ให้สมบูรณ์ และถูกสร้างไว้ในเว็ปเบราเซอร์หลักๆเช่น Internet Explorer, FireFox, และ Safari ด้วย พูดได้ว่าเกือบจะทุกเว็ปไซต์บนโลกใบนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ JavaScript แทบทั้งนั้น จึงทำให้ความต้องการในผู้พัฒนาภาษานี้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ JavaScript ก็ได้รับความนิยมขึ้นมาอีก เพราะมันเป็นพื้นฐานของ Node.js ซึ่งเป็นเซิฟเวอร์เทคโนโลยีที่สามารถทำให้การสื่อสารแบบreal timeเกิดขึ้นได้
  1. C#
ในปี2000 C#(อ่านออกเสียงว่า ซี ชาร์ป) ถือเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใหม่มากที่ถูกออกแบบขึ้นโดย Microsoftเพื่อการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ต่างๆที่ใช้ตระกูล .NET ซึ่งภาษาC#นี้ ถือเป็นวิวัฒนาการขึ้นมาจากภาษา C และ C++ตามสำดับ ซึ่งC# ถือเป็นภาษาที่ง่าย ทันสมัย และเป็น object orientedอย่างแท้จริง
  1. C++
C++ (อ่านออกเสียงว่า ซี พลัส พลัส) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในวัตถุประสงค์ทั่วไปและเป็น object oriented   มีวิวัฒนาการมาจากภาษาC ถูกพัฒนาโดย Bjarne Stroustrup ที่  Bell Labs C++ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 1983 โดย Stroustrupก็ได้ทำลิสต์รายชื่อ Applications ที่เขียนโดย ภาษาC++ (Applications written in C++)ไว้ด้วย ซึ่งมีตัวอย่างเช่น Adobe and Microsoft Applications, MongoDB databases, รวมถึง Mac OS/Xส่วนใหญ่อีกด้วย ซึ่งภาษาC++นี้ ถือเป็นภาษาที่น่าเรียนที่สุดในการใช้ทำ performance-critical applications เช่น “twitch” game หรือ audio/video processing


วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560

COMPUTER PROJECT

โครงงานคอมพิวเตอร์


โครงงานนี้เป็นการพัฒนาอุปกรณ์คอมนั่นก็คือ หุ่นยนต์ โดยสามาถใช้คำสั่งสั่งการได้โดยตรงจากในมือถือเลยทีเดียวไม่ว่าจะขยับไปซ้าย เดินไป หรืออะไรก็ตาม

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ใบงานเรื่อง ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

ตัวอย่างโครงงานเรื่อง การศึกษาการนำความร้อนด้วยคอมพิวเตอร์

ประเภทของโครงงาน โครงงานการจำลองทฤษฎี
โครงงานประเภท “การทดลองทฤษฎี”
ชื่อโครงงาน การศึกษาการนาความร้อนด้วยคอมพิวเตอร์
ชื่อผู้ทาโครงงาน นายธเนษฐ ปราณีนรารัตน์
ชื่...
CREDIT - https://www.slideshare.net/KawinTheSinestron/ss-38278582

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ใบงานเรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์


โครงงานคอมพิวเตอร์ 

     หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข


ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์


การทำโครงงานคอมพิวเตอร์และการจัดงานแสดงโครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึกฝนให้นักเรียนมีความรู้ ความชำนาญ และมีความมั่นใจในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมีคุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้
1. สร้างความสำนึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วยตนเอง
2. เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
3. เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรียนรู้ในเรื่องที่นักเรียนสนใจได้ลึกซึ้งกว่าการเรียนในห้องตามปกติ
4. ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสินใจ รวมทั้งการสื่อสารระหว่างกัน
5. กระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์ และมีความสนใจที่จะประกอบอาชีพทางด้านนี้
6. ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์
7. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับครูและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนสนใจคอมพิว เตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
8. เป็นการบูรณาการเอาความรู้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับมาจัดทำผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็น


ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์

     คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรม และลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ

     1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
     2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
     3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
     4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
     5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)


1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

     เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
        
2.โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
        
     เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนำไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สำหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ ใช้สำหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ เช่น โปรแกรมประเภท 3D
        
3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)

     เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ เป็นโครงงานที่ผู้ทำต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคำอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีการจำลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทำโครงงานประเภทนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีความรู้เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น

4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน(Application)

     เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สำหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย

5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)
        
     เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคำนวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ป็นเกมที่แปลกใหม่ และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ

แหล่งอ้างอิง

https://banh01.wordpress.com/2011/02/09/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E/

http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-Learning/CAREER_COMPUTER/COMPUTER/M4/ComputerProject/content1.html